หล่มที่ต้องข้ามไป

posted on 20 Sep 2012 12:42 by meisan  directory Lifestyle, Diary, Idea
หล่มที่ต้องข้ามไป
อ่านหนังสือ the dip ของ seth godin จบไปอีกเมื่อวานค่ะ
จริงๆแล้วแนวคิดในหนังสือเล่มนี้น่าสนใจมาก เคยเขียนไปแล้วทีนึงเมื่อนานมาแล้วค่ะ วันนี้จะมาเขียนขยายความถึงหนังสือเล่มนี้หน่อย มีหลายประเด็นเหมือนกันที่อยากพูดถึง
เขาบอกว่าสิ่งที่แยกระหว่างคนที่ทำอะไรก็ตามสำเร็จ กับคนที่ทำไม่สำเร็จในเรื่องไหนก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่การงาน งานอดิเรก หรือความสัมพันธ์
คิือสิ่งที่เรียกว่า the dip หรือหล่มค่ะ 

คือเวลาเราฝึกอะไรก็ตามช่วงแรกๆหรือช่วงฮันนีมูน เราจะรู้สึกสนุกเสมอ เหมือนความสัมพันธ์ที่เริ่มงอกงามในช่วงแรกๆ อะไรก็ดูดีไปหมด แต่พอหมดช่วงโปรโมชันแล้วหรือว่าผ่านไปช่วงหนึ่งแล้วความสัมพันธ์เริ่มจืดจาง หรือการฝึกของเราเริ่มยากขึ้นๆเรื่อยๆเพราะว่าเราจะเจอกับอุปสรรคที่ทำให้เราเจ็บปวดระหว่างนั้น อาทิเช่น คำติชม,หรือถ้าเป็นการวาดรูปหรือการเขียนหนังสือก็จะเจอ artblock หรือ creativity block ค่ะ เหตุผลที่เราเป็นนักเขียนเต็มตัวไม่ได้เพราะสิ่งนี้นั่นเอง คือใช่ว่าคนเราจะมีอารมณ์หรือไฟในการเขียนหรือเรื่องที่จะเขียนได้ตลอดเวลา 

เพราะฉะนั้น the dip จะเกิดขึ้นและคนที่ก้่าวข้ามมันไปได้ คือคนที่เป็นมืออาชีพในด้านนั้นๆจริงๆค่ะ ถ้าเทียบกับชีวิตของผู้ประกอบการหรือฟรีแลนซ์แล้ว จะมีคนจำนวนมากออกจากงานประจำ แต่มีคนกลุ่มเดียว ที่อยู่รอดได้จริงๆ ช่วงเวลาที่ทดสอบคือ 2 ปีแรก ต่อมาคือ 5 ปีถัดมา และ 10 ปีถัดมาเป็นลำดับ ถ้าเราสามารถผ่านหล่ม หรืออุปสรรคที่เจอระหว่างทางนั้นได้ เราก็จะเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้รอดชีวิตค่ะ

 ในปีหนึ่งๆมีธุรกิจหรือมีฟรีแลนซ์มากมาย แต่ในจำนวนนั้นก็ใช่ว่าทุกคนจะอยู่ได้จริงๆทั้งหมด  seth godin กล่าวไว้อย่างน่าสนใจค่ะว่า ประโยคที่ว่า quitter never win,winner never quit หรือคนเลิกไม่ชนะ คนชนะไม่เลิกนั้น จริงๆมันผิด ที่ถูกต้องคือผู้ชนะในเรื่องไหนๆก็ตามล้วนเลิกเสมอ คือ เลิกทำในสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเอง สิ่งที่เป็นทางตัน(dead end)ในหนังสือเขาใช้คำแทนว่า cul de sac ค่ะ จำได้รางๆสมัยเรียนสถาปัตย์ว่ามันคือ ร่องน้ำ 
เขาบอกว่า คนส่วนมากมักจะติดอยู่กับงานที่ไม่พาตัวเองไปสู่จุดที่ดีขึ้นกว่านี้ได้อีกแล้ว
หรืองานที่เป็น pigeonhole นั่นเอง seth กล่าวว่า เราควรรู้ตัวค่ะ ว่างานไหนคืองานที่เป็น cul de sac ที่ไม่สามารถไปต่อได้อีกแล้ว ดีกว่าดันทุรังทำต่อไป 

เขายังบอกอีกว่าจุดที่เราควรตัดสินใจเลิกคือก่อนที่เราจะรู้สึกโอเคกับงานนั้นๆจนไม่อยากออกอีกต่อไป สุดท้ายแล้วงานนั้นก็ไม่ได้พาเราไปไหนเลย และย่ำอยู่ที่เดิมค่ะ 

ถ้าถามเด็กจบใหม่สมัยนี้ ก็คงมีกลุ่มนึงที่อยากออกมาแล้วเป็นฟรีแลนซ์ อยากทำงานของตัวเอง ไม่อยากเป็นลูกน้องใคร แต่จะมีกี่คนที่ผ่านหล่ม หรืออุปสรรคของชีวิตได้ ทุกสิ่งบนโลกเราต้องแลกมาเสมอค่ะ เหมือนกฏฟิสิกส์ที่ว่า action=reaction เราทำสิ่งไหน เราก็ได้ผลอย่างนั้น seth กล่าวในตอนท้ายค่ะว่า เราไม่ควรเลิกทำสิ่งที่มันเป็น long term goal หรือเป้าหมายระยะยาวของเราเพราะเราไม่สามารถผ่านความเจ็บปวดเล็กๆน้อยๆในชีวิตไปได้ 
เหมือนกับคนที่อยากเป็นนักวาด นักเขียนการ์ตูน หรือนักเขียน แต่ไม่อยากรับคำติชมค่ะ 

ถ้าถามตัวเองแล้วรู้สึกว่าอันไหนคือเป้าหมายระยะยาวของเรา
ให้เราโฟกัสพลังให้เต็มที่ อย่าแตะเบรค พุ่งผ่านหล่มชีวิตไปให้ได้นะคะ

สำหรับหล่มในชีวิตของเรามีหลายหล่มด้วยกันค่ะ แต่ถ้าพูดถึงสิ่งที่เราโฟกัส
ว่าจะต้องผ่านหล่มไปให้ได้ ก็มีเรื่องของการวาดรูป และการเป็นผู้ประกอบการค่ะ

นอกนั้นก็เป็นเรื่องลดน้ำหนักมั้ง (หล่มใหญ่ 55)

มีหล่มเรื่องอะไรบ้างไหมคะ ที่ตัดสินใจแล้วว่าจะก้่าวผ่านไปให้ได้?


Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

หล่มในชีวิตเพียบเลยค่ะ ฮา
อย่างตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าตัวเองดื้อด้านอยู่หรือเปล่า ไม่ยอมทำงานบริษัทเพราะไม่ชอบ
อยากทำงานวาดภาพสีน้ำ เป็นภาพประกอบเล็กๆ น้อยๆ
แต่ก็ยังไม่ได้ทำ (สงสัยเพราะไม่รู้จะไปทางไหน ที่ไหนก็เอาแต่ CG)
ที่ผ่านมาไปสมัครงาน เค้าจะเอางาน CG เลยต้องส่งไปให้เค้าพิจารณา ทำไป 2 ภาพรู้เลยว่า CG นี่ไม่ใช่แนวจริงๆ ทำแล้วไม่แฮปปี้เลย TwT

หล่มตอนนี้อีกอย่าง ก็คงเป็นต้องหางานทำให้ได้ ก่อนที่จะถูกส่งไปทำงานเด็กเสิร์ฟค่ะ ฮา ถ้าจะต้องถูกส่งไปจริงๆ คงต้องยอมทำงานบริษัทละ ;v;

Hot! Hot! Hot!

#1 By Takkaew on 2012-09-20 13:12

Hot! Hot! Hot! 
ข้ามหล่มไปให้ได้ สู้ต่อไปcry
คนเรานั้นแสวงหาสิ่งที่ใช่ตลอดเวลา
แต่อีกนั้นแหละการจะสมหวังก็ยาก
Hot!

#3 By ปิยะ99 on 2012-09-20 19:06

หล่อมในชีวิตเยอะเหลือเกิน
ตอนนี้คงต้องเป็นภาษาญี่ปุ่นแล้วล่ะค่ะ ;A; 
Hot! Hot! Hot!

#4 By BAYIA バヤイエア on 2012-09-20 20:01

ชีวิต ผ่านมาหลายอุปสรรคแล้ว
แต่ก็ยังมีอีกหลายอุปสรรคให้ฝ่าฟัน
ยังไงก็สู้ไม่ถอยอยู่แล่ว
สอง ฮ่าๆๆ
big smile big smile big smile Hot! Hot! Hot!

#5 By Nirankas on 2012-09-20 21:48

Hot! Hot! Hot! ต้องผ่านไปได้แน่ครับbig smile

#6 By dp on 2012-09-20 22:11

big smile Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!  ชอบมากเลยค่ะพี่มุ่ย

#7 By Yuuya★ on 2012-09-20 23:06

ชอบแง่คิดครับ
เห้นภาพดี
ช่วงแรกของทุกอย่างก็เหมือนฮานีมูน
อุปมาชัดมากopen-mounthed smile
โดน หล่มในวันนี้ขนาดเบ้อเร้อแล้ว แต่ถ้าเลิกก็ไม่ชนะ
ขอบคุณมากครับ
Hot! Hot! Hot! Hot!

#9 By หนวดหวานเอง on 2012-09-21 11:57

ผมติดหล่มอยู่เลยตอนนี้
เฮ้อ

#11 By แสนไกร on 2012-09-21 17:51

กำลังเจอหล่มเบ่อเริ่มเลยครับ sad smile Hot!

#12 By GUMBEAR on 2012-09-21 21:03

Hot!

#13 By Jota comic D on 2012-09-22 11:02

หล่มเต็มไปหมดเลย เตรียมสอบเอนท์ปีหน้า 
งานอดิเรก โดน Hot! Hot! Hot! Hot!  ฝึกภาษา อัพบล็อก บลาๆ
ปิดเทอมนี้ตั้งใจว่าจะผ่านหล่มพวกนี้ไปให้ได้ 
สู้เว๊ย ! 55 question
จะฟรีแลนซ์จะประจำ ก็มีอุปสรรคแหละเนอะ ^^

#15 By Boymang*~ on 2012-09-22 23:10

big smile Hot! จุดต่ำสุดของชีวิตก่อนที่จะดีดตัวทยายขึ้นสู่ฝากฟ้าฝั่งฝัน sad smile question

#16 By บุรุษนิรนาม on 2012-09-23 10:00

ต้องผ่าน prepare phase ก่อน expotential phase

#17 By ลอยลมเล่น on 2012-09-23 21:24

"ใช่ว่าคนเราจะมีอารมณ์หรือไฟในการเขียนหรือเรื่องที่จะเขียนได้ตลอดเวลา" ประโยคนี้โดนใจมาก
Hot! Hot! Hot! Hot!

#18 By Jack on 2012-09-24 11:09

@kaewsricha-xeekgaret เป็นกำลังใจให้นะจ๊ะน้องเมย์

#19 By MEISANMUI™ on 2012-09-24 12:15

คิดภาพเป้นฟรีแลน 30 ปี นี้ก็ขนลุกเหมือนกัน

#20 By ของขวัญ on 2012-09-25 17:22

ค่อยๆฝ่าไปที่ละหล่ม ขอบคุณพี่มุ่ย สำหรับบทความนี้นะคะ มีความหมายกับบิ๊งมากจริงๆ

#21 By vok2269 on 2013-03-03 14:58