เป็นนักวาดลำบากไหม?
posted on 21 Aug 2009 20:32 by meisan
สวัสดีค่ะ
วันนี้เราจะเขียนบทความที่หลายๆคนคงคาใจ
เป็นนักวาดนี่มันลำบากไหม?
ทำไมหลายๆคน ไม่เลือกทำเป็นอาชีัพ ทั้งๆที่มีฝีมือ
เราคิดว่า ทางเดินชีวิตหลายคน ไม่เหมือนกันค่ะ
และมันก็ไม่มีคำว่าถูกหรือผิด แค่"ใช่"หรือ"ไม่ใช่" สำหรับตัวเรา
ถ้าถามเราว่า"ลำบาก"ไหม
ไม่ลำบากค่ะ
ตอนนี้เราอายุ 27 ปี แล้ว
(ไม่อยากพูดว่าก็แก่นะเนี่ย 555 แต่เทียบกับทั้งชีวิต เราเพิ่งเริ่มต้นเอง)
ถือว่าเป็นรุ่นพี่ของหลายๆคนที่นี้
ตั้งแต่จบจากสถาปัตย์มา เราทำงานประจำมา 2 ปีกว่า
โดยเลือกอาชีพที่ได้วาดรูป ทำงานทั้งไทย ทั้งต่างประเทศแล้ว
แล้วก็ทำงานอิสระอีกปีกว่า เกือบ 2 ปี ตอนนี้คิดว่ารู้ข้อดี ข้อเสียหมดแล้ว
จนทะลุปรุโปร่ง
เราอาจจะต้องใช้เวลาอีกไกลในการพิสูจน์ตัวเองในสายนี้ ให้หลายๆคนเห็น
และกล้าที่จะเลือกทางเดินแบบเรา
ถ้าถามเราว่า ทำไมเราไม่ทำงานสถาปัตย์
เราตอบได้ว่า คงไม่มีความสุขเท่าวาดรูป
บางคนอาจจะแค่ได้วาดก็พอแล้ว
แต่สำหรับเรา ณ.ตอนที่เลือกอาชีพ เราไม่คิดทำงานสถาปัตย์เลย
เราค่อนข้างมั่นใจว่า ถ้าหากเราทำงานวาด ก็เลี้ยงครอบครัวได้เหมือนกัน
ตอนนั้นเข้าใจแบบนี้ค่ะ
ซึ่งจริงๆแล้วก็เป็นแบบนั้นจริงๆ
คือ เงินเดือน ก็ไม่ได้เยอะแยะอะไรแต่แลกกับความสุขที่ได้
ตอนที่ทำงานประจำที่แรก ทำงานวาด
สตาร์ทก็หมื่นกว่า เหมือนงานประจำที่อื่นๆ
ต่อมา เราไปทำงานสิงคโปร์
อย่างที่บอก ก็เงินไม่ได้เยอะแต่ก็ไม่ได้น้อย
คือถ้าเีทียบกับอาชีพอื่นๆ หรืองานสถาปัตย์มันน้อย
แต่เราทำงานวาด ที่ตัวเองรัก ไปจนถึงจุดนั้นได้
เราคิดว่า เราสำเร็จในระดับหนึ่ง แม้จะไม่มากมาย
แต่ก็พิสูจน์ให้เห็นว่า งานที่เรารัก มันก็เลี้ยงชีพได้
เราส่งมาให้ที่บ้่านประมาณ เดือนละหมื่นนึง ค่ะ
ซึ่ง ที่บ้านไม่ได้ใช้
หลังจากกลับมาเราป่วย ต้องเอาเงินนั้นไปรักษาตัวเอง
เรากลับมาเพราะมีปัญหาหลายอย่าง
ก็ได้บทเรียน คือทำให้เรารู้คุณค่าของ"เงิน" ที่เอาไว้ใช้ยามฉุกเฉินในชีวิต
ปัจจุบัน เราเป็นนักวาดอิสระ
ช่วงแรกที่ทำประจำอยู่นั้น เราก็ทำงานวาดปก เสริมไปด้วย ทำโดจิน
โดจินนี่ ไม่ใช่สิ่งที่เราทำหาเงินค่ะ แต่ทำเพราะสนุกมากกว่า
หลังจากนั้น ประมาณช่วงแรกๆ ที่เราเป็นฟรีแลนซ์ เราอยู่ได้เพราะงานปก
แต่ตอนนี้ แม้ไม่มีงานปกเข้ามาเลย เราก็อยู่ได้จากงานอื่นๆ
สำหรับเรานั้น งานปก ค่อนข้างจะเป็นงานที่ฝืนสำหรับเราอยู่ดี
หลายๆคนคงบอกว่า งานนั้น อาจจะต้องฝืนทนทำบ้าง
อาจจะไม่มีความสุขบ้าง
แต่สำหรับเรา รู้สึกว่า ถ้าหากเรายังอยู่ในสถานภาพที่เลือกได้
เราก็ขอเลือก ที่จะมีความสุขดีกว่า เพราะชีวิตคนเรามันสั้น
จะตายเมื่อไรก็ไม่รู้
ในขณะที่มีชีวิตอยู่ อยู่อย่างมีความสุขดีกว่า
ในอนาคต เราตั้งเป้าหมายไว้ว่า
จะอยู่ได้สบาย โดยทำงานของตัวเองอย่างเดียวค่ะ
สำหรับ การเลือกทางเดินนั้น
ไม่ใช่ว่าเราไม่สนใจครอบครัวเลย
เราปรึกษาครอบครัวหลายครั้ง
สิ่งที่พ่อเราบอกคือ...
"อย่าไปสนคำพูดคนอื่นมาก เลือกทำสิ่งที่เราชอบ และมีความสุข"
"ใครจะว่ายังไง ไม่ต้องสนใจ"
ถ้าน้องๆอยากเลี้ยงดูพ่อแม่
การที่น้องทำงาน น้องได้มา 1,000บาท ให้แม่ 500 บาท
นี่ถือว่าน้องได้เลี้ยงพ่อแม่แล้ว
บางคน ไม่ทำงานวาด ไม่ทำงานเขียน
อ้างว่า "ความมั่นคง" "ครอบครัว"หละ
สุดท้าย คนเหล่านี้ ก็ไม่ได้ให้เงินพ่อแม่
แต่หมดเงินไปกับสิ่งของฟุ่มเฟือยต่างๆ
แล้วอ้างว่า
"ก็ทำงานวาด ทำงานเขียน มันอยู่ไม่สบาย..."
ถ้าอยากเลี้ยงครอบครัว
เลี้ยงจริงๆ ได้เงินมา เอาให้พ่อแม่ด้วยค่ะ
หลายๆคนคงสงสัย ทำอาชีพนี้ เลี้ยงครอบครัวได้เหรอ
เราเลี้ยงได้ค่ะ ตอนนี้เราดูแลแม่อีกคนหนึ่ง
ครอบครัวเราไม่ได้รวย ไม่ได้มีฐานะดี ไม่ได้มีกิจการ
เราภูมิใจที่เลี้ยงตัวเองกับแม่ได้ด้วยเงินที่หามาจากการวาดรูปค่ะ
เลี้ยงได้ยังไง?
คือ...ถ้าคุณกังวลเรื่องเลี้ยงตัวเองหรือครอบครัว
ลองลดค่าใช้จ่ายต่างๆที่ไม่จำเป็นในชีวิตออก
เสื้อผ้า สิ่งบันเทิง สิ่งที่เราเสียเงินไปโดยไม่จำเป็น
ถ้าคุณตัดออก คุณจะได้เงินอีกเยอะ
อ้าว...!!อย่างนี้ก็ไม่ได้อยู่อย่างสบายสิ หลายๆคนทัก
ถามกลับว่า...นิยาม คำว่า "สบาย" ของคุณ คืออะไร??
เพราะความต้องการแต่ละคน ไม่เท่ากันค่ะ
ชีวิตคนแต่ละคน มีปัจจัยมากมาย
คุณไม่สามารถชี้นิ้ว ไปที่ชีวิตคนอื่น แล้วบอกว่า ทำไมเขาไม่ทำอย่างนั้น ไม่ทำอย่างนี้
ทำไมเขาไม่ทำแบบฉัน เพราะชีวิตคนทุกคน มันไม่มีทางเหมือนกัน
ถ้าคุณเอาแต่เปรียบเทียบกับคนอื่น ชีวิตคุณจะเจอความสุขยาก
เพราะคุณจะเจอคนที่รวยกว่า ดีกว่า เก่งกว่า สบายกว่า
ถ้าคุณอยากอยู่อย่างสบาย...
คำว่า "พอ" จะช่วยให้คุณรู้จักคำว่า "สบาย" ค่ะ
เมื่อคุณรู้จัก "พอ" เมื่อไีร เมือนั้นคุณจะ "สบาย"
สบายของเรา...
เรา มีเวลาให้ครอบครัว มีเวลาพักผ่้อน
เรามีบ้านอยู่ มีข้าวกินทุกมื้อ มีครอบครัวที่เข้าใจ ได้ทำงานที่รัก
นี่คือ "ความสบาย" แล้วค่ะ
ณ.ตอนที่เราออกมาเป็นนักวาดอิสระ
เราอ่านหนังสือเพื่อเพิ่มกำลังใจเยอะค่ะ
ไว้จะเอามาลงบล็อค
ถ้าถามว่าเราเคยท้อไหม
ก็ต้องเคยท้ออยู่แล้วค่ะ เราเป็นคนธรรมดา เหมือนคนทั่วไป
เวลาที่ผิดพลาดในชีวิต ที่ล้ม ก็ต้องเสียใจ เหมือนกัน
แต่ถามว่า เสียใจ แล้วยังไงต่อ ชีวิตมันก็ต้องดำเนินต่อไป
นักวาด เหมือน นักเขียนค่ะ
ตรงที่
1.เป็นอาชีัพส่วนมากดูถูกว่า "ไส้แห้ง" และ ไม่มีเกียรติเทียบเท่าอาชีพอื่น
แม้แต่คนที่ชอบวาดรูปหรือชอบเขียนจริงๆยังไม่กล้าทำอาชีพนี้
เพราะไม่แน่ใจว่ามันเลี้ยงตัวเองได้ไหม
2.แต่สิ่งที่นักวาดและนักเขียนได้ ถ้ากล้าทำคือ"ความสุข"
ความสุึขที่ไม่ต้องตอกบัตร เข้าทำงานเหมือนคนอื่นๆ
ความสุขที่ไม่ต้องมีใครเป็นนายเรา ทำงานเพื่อตัวเอง
ทุกอาชีพต้องแลกเหมือนในโฆษณา
ที่ว่า...เลือกตามฝัน หรือตามเป้าหมาย
ถ้าเลือกที่จะเป็นแล้ว ก็ไม่ต้องไปสนใจความคิดของคนอื่นมาก
ใครจะว่ายังไงก็ช่าง เรารู้ตัวเราดี
ในบางครั้ง ชีวิตคนเราก็เหมือนกับ...การเล่นหุ้น
ก่อนเล่นหุ้น คุณต้องถามตัวเองว่า ...
"ชีวิตนี้คุณรับความเสี่ยงได้แค่ไหน"
ถ้ารับความเสี่ยงได้มาก ก็ต้องลองลุยดู
เพราะว่า...อาจจะได้มากกว่าเสีย
ถ้าเสีย ก็มีโอกาสเริ่มใหม่
รายได้ของนักวาด
ขึ้นอยู่กับ"ความสามารถ" และ "ความต้องการ"
ถ้าน้องต้องการหาเงินเยอะๆ ก็หางานให้ได้เยอะๆ...
น้องก็จะได้เงินเยอะขึ้น
และ"วิธีจัดการเงินที่หามาได้"
จะช่วยให้น้องอยู่รอด ดูแลครอบครัวได้ด้วย
เลือกเอาค่ะ ว่า"ชอบวาด" จนอยากทำเป็น"อาชีพ"หรือเปล่า:)
ทำเป็นอาชีพ คือ คุณ เลี้ยงตัวเอง ด้วย "การวาดรูป"อย่างเดียว
ถ้าชอบ และมีโอกาส ก็ลุยเลย ชีวิตนี้เกิดมาหนเดียว
บางคนบอกว่า...แล้่วค่อยหวนมาทำก็ได้
ชีวิตคนเรา...บางที ผ่านแล้วผ่านเลย
เวลาที่ยังอยู่ในวัยที่มีไฟ ที่ทำตามฝันได้
วันเวลาเหล่านั้น มันอาจจะผ่านเลยไปก็ได้
ถ้าเราไม่เลือกที่จะคว้ามัน
ถูกอย่างที่สุดขะรับ
#1 By น้ามชา on 2009-08-21 21:37