ระยะหลังๆนี้ไม่ได้เขียนบล็อคที่นี่
แต่ไปอ่าน forum ของต่างประเทศ หลายๆ forum เช่น อังกฤษ
ก็ได้มุมมองหลายๆอย่างเกี่ยวกับการ์ตูนญี่ปุ่นที่น่าสนใจมา
แล้วก็ไปเจอบทความนี้มาค่ะ
7 Reasons Why OEL Manga Falters in the U.S.
เลยนำมาเรียบเรียงให้อ่านในบล็อคนี้

เป็นเรื่องเกี่ยวกับนักวาดการ์ตูนญี่ปุ่นในท้องถิ่น
เนื้อหาบทความต้นฉบับเขาจะใช้คำว่า OEL(Original english language)
MANGA CREATOR คือ นักวาดการ์ตูนญี่ปุ่นที่วาดแนวญี่ปุ่นในอเมริกา
พบว่าปัญหาที่เขามี คล้ายๆในประเทศไทยค่ะ
คือคนวาดแนวญี่ปุ่นจะเกิดขึ้นมายากหน่อย
(หมายถึงคนที่วาดการ์ตูนเป็นเรื่องยาวๆ ตีพิมพ์รวมเล่ม)
ซึ่งจากที่อ่านมา มีเหตุผลที่ดี ที่น่าสนใจ และรับฟัง
เพื่อนำมาพัฒนาการ์ตูนในบ้านเราค่ะ

พยายามเรียบเรียงตามที่เข้าใจและพยายามใช้ศัพท์ให้เข้าใจง่ายๆ

ปัญหาที่ 1

ในญี่ปุ่นมีระบบการสอน
และฝึกผู้ที่มีความสามารถและมีการสนับสนุนที่ดี
ผิดกับในบ้านเรา ที่ยังขาด

คุณลิเลียน ไดแอซ บรรณาธิการอาวุโสของโตเกียวป็อบ
ผู้พิมพ์การ์ตูนญี่ปุ่นรายใหญ่ในหลายๆประเทศ
กล่าวว่า

"ในญี่ปุ่นนั้น อุตสาหกรรมการ์ตูนมีมากว่า 50 ปีแล้ว มีการพัฒนาระบบการฝึก
คือให้โอกาสนักวาดการ์ตูนมือใหม่ไปเป็นผู้ช่วยนักวาดการ์ตูนที่ดังแล้ว และมีประสบการณ์สูง

แม้นักวาดการ์ตูนญี่ปุ่นบางคน ไม่ประสบความสำเร็จในซีรีย์ที่เขาเขียนเรื่องแรกๆ
เช่น คุณ นัทสิกิ ทาคายะ ผู้วาดเรื่อง fruit basket เคยมีรวมเล่มออกมาก่อนหน้านี้หลายเรื่อง
ก็ไม่ดัง แต่ด้วยระบบที่ดีของญี่ปุ่นทำให้รู้ว่าจะหาคนเก่งๆที่ไหน

ในอเมริกา ยากที่จะให้นักวาดการ์ตูนพัฒนาประสบการณ์จนถึงจุดที่เขาสามารถทำงานได้ดีที่สุด
และตีพิมพ์ออกมา เพราะมีเรื่องของผลการลงทุนที่ต้องมีกำไรและได้ทุนคืน การ์ตูนรวมเล่ม 10 เล่มนั้น
อาจจะต้องใช้เวลาที่ 5 ปีในการบ่มเพาะผลงาน

แต่เราก็มีนักวาดการ์ตูนญี่ปุ่นของเรา คือคุณฟิลลิป สมิทธิ์ คนวาด MBQ

ยอดขายไม่ได้หรูอะไรเพราะโตเกียวป็อปไม่ได้ดันมาก

แต่เค้าเป็นนักวาดการ์ตูนญี่ปุ่นชาวอเมริกันคนแรกที่มีแม็กกาซีนญี่ปุ่นมาจ้างวาด
คือเรื่อง Peepo choo สำหรับมอร์นิ่งแม็กกาซีน(นิตยสารการ์ตูนผู้ใหญ่ชื่อดัง)

...
หลังจากนั้นคุณ C.B เซบัลสกี้ บรรณาธิการของมาร์เวลและผู้ที่มีประสบการณ์ในการดูพอร์ต
ได้แสดงความคิดเห็นบนทวิตเตอร์

"ระบบของคอมิคอเมริกันก็มีการฝึกสอนนะ แต่ปัญหาของนักวาดแนวญี่ปุ่นในท้องถิ่น
คือ...ส่วนใหญ่พวกเค้าไม่ใช่อาร์ติสท์ พวกเค้าเป็นแฟนการ์ตูนที่วาดรูปได้"

คุณหลุยส์ เรเยส บรรณาธิการเก่าของโตเกียวป็อบ และโปรดิวเซอร์ของเนกซอนอเมริกาในปัจจุบัน
กล่าวว่า

"นักวาดการ์ตูนญี่ปุ่นเด็กๆในท้องถิ่นหลายคนเข้าอุตสาหกรรมนี้โดยยังไม่มีความรู้
ความเข้าใจในธุรกิจการ์ตูนญี่ปุ่นด้วยซ้ำ"

"นักวาดการ์ตูนที่มีประสบการณ์มัวดุด่าว่าร้ายนักวาดการ์ตูนหน้าใหม่ที่มีฝีมือ
แต่ขาดการชี้นำและการสอนที่ดี ผมหวังว่าพวกเค้าจะไม่ท้อถอย มีหลายคนที่ไม่ท้อ
และสามารถประสบความสำเร็จในสายอาชีพ แต่คนที่ถอดใจและเลิกล้มไป มีมากกว่าหลายเท่า"

 "การอ่านการ์ตูนไม่ใช่การศึกษาที่ถูกต้องซะทีเทียว
ผมหวังว่า นักวาดหน้าใหม่ๆควรจะเรียนพื้นฐานเกี่ยวกับการวาดการ์ตูน
และรูปแบบต่างๆของการ์ตูนคอมิคในโรงเรียนโดยตรง"

ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ยากในไทย ถ้าหากใครรักด้านนี้จริงจังและพ่อแม่มีกำลังสนับสนุน
ก็ไปเรียนต่อต่างประเทศได้ แต่ถ้าไม่มีกำลังก็คงลำบากหน่อย ฝึกเอง

ปัญหาที่ 2

นักวาดการ์ตูนในญี่ปุ่น โดยเฉพาะในแม็กกาซีนการ์ตูนรายเดือน
ปั่นงานเฉลี่ยได้จำนวนมากกว่าในบ้านเรา
(ด้วยค่าต้นฉบับที่ได้รับ) นักเขียนบางคนสามารถมีผู้ช่วยจำนวนมาก
เพื่อช่วยทำงานให้เสร็จทันในเวลาที่กระชั้นชิด


หลุยส์ เรเยส 

"ผมชอบทำงานในวงการการ์ตูน เลยทำงานที่บริษัทแรดิคอล(เน้นคอมิคอเมริกัน)
เราเขียนตารางงานออกมาโดยให้นักวาดวาดสับดาห์ละ 3 หน้า ตอนที่ผมปรับตารางใหม่
เป็น 4 หน้า พวกเค้าก็บ่นกันขรมว่าสงสัยผมทำงานแบบญี่ปุ่นมากไปแล้ว
นักวาดในอเมริกาไม่ได้ทำงานแบบนั้น"

"ยกตัวอย่างนะ อย่างคุณฟิลลิป สมิทธิ์ วาดได้อาทิตย์ละ 7-8 หน้า
แต่นักวาดในญี่ปุ่นวาดได้ถึง 15 หน้า"

นักวาดการ์ตูน คุณ ลีอา ฟรังโก้ ได้ยินบทสนทนาดังกล่าวก็พูดขึ้นมา...

"ผมว่า...3 หน้าต่อสับดาห์ก็ไม่เลวนะ ปีนึงก็ตั้ง 150 หน้า
คือคุณอย่าเปรียบเทียบระหว่างงานแบบสตูดิโอในญี่ปุ่นกับนักวาดที่วาดคนเดียว
และยังคุมคุณภาพงานให้ดูดีอยู่ได้"

บ้านเราก็ปัญหาเหมือนกันคือ ทำงานกันคนเดียวและค่าต้นฉบับ
คนเดียวก็ไม่ไหวแล้ว ..การจะจ้างผู้ช่วยไม่ใช่เรื่องง่าย
แต่การทำงานเป็นทีมแล้วทำงานเร็วขึ้น ก็เป็นวิธีที่น่าสนใจ

ปัญหาที่3

การพัฒนาการ์ตูนและดันให้เกิด,
ให้ขายดีนั้นเป็นไปได้ยากกว่าการซื้อลิขสิทธิ์การ์ตูนซักเรื่อง

คุณโรเบริ์ต แนปตัน ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ของ Bandai กล่าวว่า

"การพัฒนาการ์ตูนซักเรื่องของเราเองนั้นใช้เงินมากกว่าซื้อลิขสิทธิ์ถึง 4 เท่า
ทางเราก็พิจารณาที่จะทำการ์ตูนเรื่องของเรา แต่ด้วยธุรกิจ เราต้องดำเนินต่อไปได้
เพราะงั้นเราจะทุ่มเททรัพยากรไปจุดที่ทำเงินก่อน การทำเองถึงเป็นเรื่องรองๆ"

"ในอุตสาหกรรมหนังสือ ของอเมริกานั้นเป็นระบบฝากขาย
พูดง่ายๆคือ ส่งหนังสือไป 10,000 เล่ม ทางร้านจะตีหนังสือคุณคืนได้เลย 9,000 เล่ม
และ 9,000 เล่มที่ไม่ทำเงินก็เท่ากับหายนะ คือรอวันเข้าเครื่องย่อยได้เลย"

คุณลิเลียน ไดแอซเสริม

"จริงๆเราก็อยากจะจ่ายให้อาร์ติสท์มากกว่านี้ แต่ด้วยโครงสร้างธุรกิจจริง มันทำยาก"

อันนี้ก็เป็นปัญหาเดียวกันกับบ้านเรา..

ปัญหาที่ 4

แนวของเรื่องที่นักวาดการ์ตูนอยากจะวาด ไม่ใช่แนวที่ขายดี
(ในอเมริกา)

คุณลิเลียน ไดแอซ

"บางเรื่องอย่าง Dogby Walks Alone เหมือนการ์ตูนผู้ใหญ่ แต่ในอเมริกา
ไม่มีการ์ตูนผู้ใหญ่แนวแปลกๆที่ขายดี บางคนก็ชอบแนวนี้แหละ
แต่เอาจริง เล่มนี้ขายได้ร้อยกว่าเล่มเอง..."

 "ในเกาหลี อุตสาหกรรมการ์ตูนไม่ใหญ่เท่าญี่ปุ่น ก็เลยมีงานแนวทดลอง แนวแปลกๆเยอะ
และก็ทำตลาดได้ดี ...ในญี่ปุ่นก็มี...แต่ก็ไม่ได้หวือหวา เทียบกับยอดขาย แต่ในเกาหลี
การ์ตูนประเภทเดียวกันนี้กลับเป็นหนังสือขายดี"

คิดว่าบ้านเราเหมือนเกาหลีตรงที่ถ้าเป็นแนวเด่นๆ แปลกๆ
จะสามารถตีตลาดได้เหมือนกันและเป็นหนังสือขายดีได้ด้วย
อยู่ที่กลุ่มตลาด คือถ้าเป็นแนวญี่ปุ่นก็จะเป็นตลาดเด็กลงมา
และคู่แข่งก็คือการ์ตูนญี่ปุ่น ก็เลยยาก ถ้าไม่แตกต่าง
ปัญหาข้อนี้ก็วาดแนวที่อยากวาดไป แล้วก็ทำให้ดี และพยายามสร้างเอกลักษณ์ตัวเอง

ปัญหาที่ 5

การ์ตูนญี่ปุ่นในท้องถิ่นยุคแรกๆมีการลอกเลียนมากเกินไป
และล้มเหลวในการถ่ายทอดเนื้อเรื่อง
ในแบบที่ทำให้การ์ตูนญีปุ่นดึงดูดใจ

โรเบริ์ต แนปตัน
"ตอนที่ อดัม วอร์เรน(นักวาดเรื่อง Empower)วาดเรื่อง dirty pair นั้น
เค้าผสมผสานกัน คือมีอิทธิพลของการ์ตูนญี่ปุ่น แต่ยังมีมุมมองแบบคอมิคอเมริกันอยู่มาก

ในช่วง 5-6 ปีหลัง ก็มีอาร์ติสท์หลายๆคนพยายามที่จะวาดแนวการ์ตูนญี่ปุ่น
แต่ก็มีการลอกเลียนอยู่มาก อาร์ติสท์ก็พยายามค้นหาวิธีว่าทำยังไง

หลุยส์ เรเยส

"ในญี่ปุ่น ไม่ได้มีการแบ่งแยกว่านี่คือมังก้านะ นี่แนวญี่ปุ่นนะ
เพราะว่ามังก้าก็คือการ์ตูนประเภทนึงเหมือนกัน ผมคิดว่า สำนักพิมพ์อเมริกัน
แยกเพราะผลทางการตลาด ไม่ใช่เพราะว่ามันแตกต่างจากคอมิคอเมริกันอย่างสิ้นเชิง
ทั้งแนวภาพ การเล่าเรื่อง"

ลิเลียน ไดแอซ

"คนลอกแบบระยะต้นๆก็คือวาดตาโต ผมสีๆ แต่ในความคิดของฉัน
การ์ตูนญี่ปุ่นนั้นเป็น impressionistic คือสามารถดึงผู้อ่านได้ด้วยวิธีการเล่าเรื่องหลายๆแบบ
การใช้มุมกล้องต่างกันในแต่ละช่องช่วยดึงให้ผู้อ่าน อ่านจนสุดแต่ละหน้า
นักวาดชื่อดังก็มักทำได้ดีในจุดนี้ และนั่นคือจุดที่ดึงคนเข้าไปสู่เรื่องและอินกับมัน
นักวาดการ์ตูนควรเรียนรู้จุดนี้"

ปัญหาที่ 6

มันยากที่จะหาคนวาดเก่งๆและสามารถถ่ายทอดเนื้อเรื่องได้ดีในคนๆเดียวด้วย

ลีเลียน ไดแอซ
"ฉันได้ดูพอร์ทโฟลิโอมาถึง 5 ปีอาร์ติสท์บางคนมีทักษะการออกแบบคาแร็คเตอร์และการเล่าเรื่อง
แต่ไม่มีทักษะในการถ่ายทอดเรื่องราวที่อยู่ในหัวออกมา มันต้องรวมกันระหว่างการวาดภาพ
และความเข้าใจว่าเนื้อเรื่องดำเนินอย่างไร ซึ่งหาได้ยากในคนๆหนึ่ง"

หลุย เรเยส

"ปัญหาที่เราเจอคือนักเขียนหน้าใหม่ที่พยายามจะเขียนรูปให้ดีและเขียนเรื่องให้ดีในเวลาเดียวกัน
มันยากที่จะเป็นทั้งนักวาดและนักเขียน เราเจอนักวาดที่ดีหลายคนเขียนเรื่องแย่
เราพยายามจะช่วยแต่มันเกินหน้าที่ที่บรรณาธิการจะทำได้"

อันนี้เข้าใจว่า  ทักษะการวาดรูป กับทักษะการเล่าเรื่องมันใช้คนละอย่างกัน
และส่วนใหญ่คนวาดเก่งๆที่ทำให้เรื่องลื่นไหลได้ก็จะน้อยกว่า
คือถ้าเป็นนักวาดการ์ตูนที่ดีไม่ใช่วาดเก่งอย่างเดียว แต่ต้องถ่ายทอดเป็นด้วย

ปัญหาที่ 7

มันใช้เวลาที่จะพัฒนางานภาพและการเล่าเรื่องให้ดี
แต่นักวาดการ์ตูนหลายคน ทำเป็นอาชีพโดยยังไม่พร้อมจริง

หลุย เรเยส
"ผมเห็น..เด็กๆอายุ 14 ปีใน Deviantart ที่พูดว่า -ฉันมีไอเดียการ์ตูนเรื่องเยี่ยมๆนะ-
ผมพูดกับพวกเค้าว่า รอ อีก 10 ปีนะหนู ไปเรียนรู้วิธีการเขียนก่อนจะดีกว่า...."

"ผมรู้ว่าทุกคนต้องมีการเริ่มต้นแต่มันต้องใช้เวลา ไม่มีใครอยากจ้างเด็กอายุ 18
ที่ยังไม่รู้ว่าอนาคตอยากเป็นอะไร  ลองใช้ชีวิตที่นอกเหนือจากการ์ตูนดูครับ
เรียนรู้และฝึกฝนเท่าที่ทำได้ สุดท้ายจะดีเองครับ"

โรเบิร์ต แนปตัน

"วาดพินอัพได้สวยๆก็ดีครับ แต่คือคุณต้องเรียนรู้วิธีการวาด sequential art
คือ ลำดับเรื่องเป็น"

หลุย เรเยส

"ผมไม่แคร์ครับว่าคุณจะวาดนารูโตะได้ 15 ท่า...แต่ที่ผมแคร์คือคุณวาดเรื่องให้เป็นเรื่อง
อ่านรู้เรื่อง เราอยากเห็นคุณสามารถดึงดูดความสนใจของผู้อ่านจากช่องหนึ่งไปอีกช่องหนึ่ง
คุณต้องสามารถรับคำวิจารณ์ได้และเข้าใจสิ่งต่างๆในระดับวิพากษ์วิจารณ์
การพูดว่า โห งานห่วยว่ะ ....ไม่ใช่คำวิจารณ์นะครับ คนที่พยายามวิจารณ์อย่างมีความคิด
อันนี้คุณควรฟัง ในระดับวิพากษ์วิจารณ์คือคุณต้องสามารถรับฟังได้ด้วย
ไม่ใช่โต้เถียงอย่างเดียว"

โรเบิร์ต แนปตัน

"ต้องอดทนครับ ผมได้วิจารณ์พอร์ทโฟลิโอมาก็มาก สิ่งที่เจอบ่อยคือ
อาร์ติสท์มักพูดว่า -นี่ยังไม่ดีที่สุดของผมนะ-
ถ้ามันไม่ใช่ -ที่ดีที่สุด-ของคุณ
ก็อย่าเอามาให้เราดูครับ ไม่ต้องเร่ง คุณไม่ได้วิ่งแข่งกับโลก
เตรียมพร้อมให้พร้อมจริงๆไม่ใช่ว่าบ.ก.ยังไม่ทันของคุณเห็นเลยคุณก็ชิงแก้ตัวซะแล้ว"

หลุยส์ เรเยส
"ใช้อินเตอร์เนทสิครับ เพื่อนที่ดีในยุคนี้
คือตอนนี้ถ้าคุณอยากร่วมงานกับใคร ไม่จำเป็นว่าคุณต้องอยู่อำเภอตำบลเดียวกัน
คุณแค่ติดต่อกันได้ นักเขียนและนักวาดสามารถหากันได้ง่ายขึ้นครับ"

โรเบิร์ต แนปตัน
"หรือจะทำเป็นเว็บคอมิคแบบเมก้าโตเกียวก็ได้ เป็นวิธีที่ดีนะครับ ได้ฝึกสกิลไปด้วย
ได้ดึงคนอ่านไปด้วย"

ลิเลียน ไดแอซ
"จริงค่ะ...เป็นวิธีที่ดี เพราะทางเราก็เจอนักวาดจากเว็บคอมิคเหมือนกัน
แต่ปัญหาของเว็บคอมิคคือทางคนทำมักพุ่งไปที่การวาดแต่ละหน้าออกมา
มากกว่าการใส่ใจกับความลื่นไหลของเนื้อเรื่อง"

ท้ายสุดของบทความ ผู้เขียนบทความนี้ได้บอกว่า..
อ่านจบแล้วมันหมายถึง คนที่อยากเป็นนักเขียนการ์ตูนต้องมีความพยายามมากขึ้น
เพราะว่าสำนักพิมพ์ไม่มีการเอาเงินไปทิ้งขว้าง
นักเขียนการ์ตูนต้องทำงานหนักเพื่อให้ได้เป็นมืออาชีพจริงๆ
ยังมีสำนักพิมพ์หลายๆสำนักพิมพ์ในปัจจุบันเปิดกว้างและให้โอกาสกับนักเขียนใหม่ๆ
เค้ารู้ว่าสิ่งที่เค้าเขียนนั้นอาจจะทำให้หลายคนจิตตก ก็เลยฝากบทส่งท้าย
กับคำพูดของ คน 2 คนคือ...

คุณซาโตชิ นิชิมูระ (ผู้กำกับอนิเม Trigun)
"ทำที่คุณชอบครับ แล้วคุณจะภูมิใจในผลงานและมีความสุขกับมัน"

คุณยาสุฮิโระ ไนโตว(ผู้วาด Trigun)

"ในญี่ปุ่นและหลายๆที่บนโลกนี้ มีคนที่วาดการ์ตูนเรื่อง ที่ไม่ชอบวาดรูปอยู่ด้วยครับ
เพราะฉะนั้นเราต้องพัฒนาฝีมือตัวเอง ทำงานเยอะๆ ก็จะทำให้มือดีขึ้น
สิ่งที่สำคัญคือทำให้เสร็จครับ ยิ่งทำมาก ก็ยิ่งเก่งขึ้นและถ้าคุณสามารถเขียนการ์ตูนเรื่อง
ที่คนอ่านสนุกไปด้วยได้ อันนั้นคือคุณจะได้เงินครับ"

จบละ

หวังว่าจะมีประโยชน์นะ และอ่านแล้วคงได้มุมมองหลายอย่าง :)

ว้าวว..กลับมาแล้ว

#1 By eleven on 2009-08-17 11:57

จริงๆ ด้วยคะ
มีแอดคิดว่าคนที่วาดการ์ตูนเก่งๆ ในไทย
ถ้าไปอยู่ที่ญี่ปุ่นคงจะมีโอกาสพัฒนาฝีมือ
คิดแล้วแอดเศร้านิดๆ

#2 By Lu on 2009-08-17 12:10

การ์ตูนไทยก็กำลังจะไปอินเตอร์แล้ว

#3 By กัณฐ์ on 2009-08-17 12:12

รู้สึกรู้ซึ้งในเส้นทางเส้นนี้มากขึ้น

อ่า....ไกลจริงๆ (/me เดินต่อไป T^T)

#4 By saisuna on 2009-08-17 12:24

บทความมีประโยชน์

ให้กำลังใจคนมีความฝันเนาะ open-mounthed smile Hot! Hot!

#5 By draco on 2009-08-17 12:42

Hot!

#6 By na m pu eng on 2009-08-17 12:45

ขอบคุณค่าาHot! Hot! Hot!

#7 By J`dEar on 2009-08-17 12:52

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#8 By tenshi on 2009-08-17 13:00

"สิ่งที่สำคัญคือทำให้เสร็จครับ ยิ่งทำมาก ก็ยิ่งเก่งขึ้น"

Hot! ชอบประโยคนี้จริงๆconfused smile

#9 By เสี่ยแนน on 2009-08-17 13:03

Hot! Hot! Hot! Hot!
อ่านตอนพี่ทวีตมาไปรอบนึง
ขอบคุณที่แปลมาลงค่ะ double wink

#10 By STECHA ลา ล่า~ on 2009-08-17 13:04

นานๆจะได้อ่านทัศนะคติตรงๆ
จากคนวงการคอมิคส์ต่างประเทศที่ไม่ใช่ญี่ปุ่น
เป็นปัญหาเดียวกันกับบ้านเราเลย
แต่บ้านเราหนักกว่ามาก
ได้ประโยชน์ดีครับ
เห็นด้วยเลยว่าการวาดภาพกับการเล่าเรื่องนี่มันไปพร้อมกันในคนๆเดียวได้ยากทีเดียว จนถึงตอนนี้ผมก็ยังเล่่าเรื่องแบบการ์ตูนช่องไม่ค่อยดีอยู่เลย

#12 By ILL on 2009-08-17 13:13

จริง...ทุกข้อ

#13 By Joker on 2009-08-17 13:31

กว่าได้เรื่องนึงมันลำบากจริงๆ sad smile

ธรรมดาแค่ทำโดก็เหนื่อยละค่ะ

อยากรู้พวกนักอิลลัสมั่งจัง@_@

Hot!

#14 By ☜┃NAME★KAH0┃☞ on 2009-08-17 13:39

ขอบคุณสำหรับบทความน่าสนใจนะครับ

สรุปว่าต้องมีบุคลากรที่มีการแข่งขันสูง

คุณภาพ+ปริมาณที่มากจะช่วยให้บูมนั่นเองสินะครับ

#15 By k_i on 2009-08-17 13:47

ขอบคุณค่ะ มีประโยชน์มาก confused smile Hot! Hot! Hot! Hot!

#16 By Cotton on 2009-08-17 13:49

ตรงเป๊ะๆ Hot!

#17 By blade on 2009-08-17 13:56

กลับมาพร้อมความรู้ที่มีประโยชน์big smile

#18 By ۞тнαιgrαff۞™ on 2009-08-17 14:10

ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะbig smile Hot!

#19 By Sp@rk on 2009-08-17 15:04

ขอบคุณที่เอา่เนื้อหาที่มีข้อคิดมาให้อ่านกันค่ะ
cry Hot! Hot! Hot!

#20 By PoY on 2009-08-17 15:14

ขอบคุณสำหรับ เนื้อหา ดีๆ นะคะ
Hot! Hot!

#21 By " Barking Dogs. " on 2009-08-17 15:31

ยิ่งอ่านยิ่งโดน อาอูอาอู

Hot! Hot! Hot! Hot!

#22 By [ Atteloiv ] on 2009-08-17 15:32

ขอบคุณมากครับ สำหรับข้อมูลดีๆ

ได้ความรู้อะไรเยอะแยะไว้ปรับใช้กับตัวเอง

วงการคอมมิคเขาไปไกลกันจริงๆ


Hot! Hot! Hot!

#23 By น้ามชา on 2009-08-17 15:54

ไม่ได้เจอกันเสี่ยนานเลยนะคะพี่ท่าน

แวะมาบอกพี่มุ่ยว่าเห็นการ์ตูนของพี่มุ่ยในงานคอมิกเกะด้วยค่ะ (เป็นบู๊ธแนะนำการ์ตูนไทย) ^^ โพสต์ภาพไว้ที่พันทิปส่วนลิงค์อยู่บลอค อยากเห็นชัดๆ คุณการันต์ก็ไปถ่ายมาชัดแจ๋วเลยค่ะพี่ท่าน Hot! surprised smile

#24 By Arthy on 2009-08-17 16:08

โดนค่ะ

โดนอย่างแรงHot! Hot! Hot!

#25 By SMILO_The Character Group on 2009-08-17 16:26

เป็นบทความที่อ่านเเล้วได้ประโยชน์มาให้คิดจริงๆครับHot!

#26 By /gg on 2009-08-17 16:42

จริงๆ อย่างที่เค้า้ว่ามาเลยค่ะ

ทางไทยยังคงไม่สนับสนุนด้านนี้ เผลอๆ มีอคติด้วยซ้ำ.......
ได้มุมมองอะไรเยอะมาก
ขอบคุณที่เอามาแชร์จ้า big smile
Hot! Hot! Hot!

#28 By W★G on 2009-08-17 17:01

การจะเป็นนักวาดการ์ตูนที่ถ่ายทอดเรื่องได้ดีด้วยมันเป็นอะไรที่ยากจริง ๆ

angry smile

แต่บทความนี้ดีทีเดียวเลยครับพี่ big smile

Hot!

#29 By Imaglelio on 2009-08-17 17:22

ถ้าคนไทยเปิดใจกว้าง สนับสนุนกันบ้าง ก้คงดี

ไม่ขนาดที่ต้องวาดลายเส้นไทย


อยากให้การ์ตูนไทยดังๆ ไปทั่วประเทศก่อน .. อื้มมม

#30 By quiescent on 2009-08-17 17:35

อา อ่านแล้วรู้เลยว่ตัวเองต้องพัฒนาไปอีกไกลค่ะ

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

ขอบคุณที่เอาเนื้อหาดีๆ มาให้นะคะ >.<


ปล.แต่ตอนนี้รีนหนักใจเรื่องภาษาในเว็บมากกว่าแฮะ...อ๊ายยย อ่านภาคอังกฤษเองแล้วไม่ค่อยไหลเลย TTwTT

#31 By ~SirNeer~ on 2009-08-17 17:59

เป็นปัญหากันหลายประเทศเลย นึกว่าจะเป็นแค่ที่ไทย
แต่วาดการ์ตูนมันก็ต้องฝึกฝนอย่างหนักจริงๆนี่แหละแต่ยอมรับมากค่ะการเล่าเรื่องนี่แหละยากแสนยาก...

ว่าแล้วก็ฝึกต่อไป....หวังว่าซักวันหนึ่งจะเป็นจริง
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#32 By nunu on 2009-08-17 18:07

โอ อ่านแล้วไฟลุกพรึ่บพั่บเลยค่ะ

ที่จริงมีความฝันลับๆ ว่าอยากจะเป็นนักเขียนการ์ตูนชาวไทยที่แม็กกาซีนญี่ปุ่นจ้างไปวาด 55

อ่านแล้วจับใจดีค่ะ โดยเฉพาะ

"ไม่ใช่อาร์ติสต์ เป็นแค่แฟนการ์ตูนที่วาดรูปได้"

นั่นสินะ ต้องพยายามเนอะ

ขอบคุณนะคะ : D

#33 By 【ナイス】*ŋąϊšǖ on 2009-08-17 19:13

เยี่ยม !
Hot! Hot! Hot!

#34 By ISHIMARU L. on 2009-08-17 19:23

ข้อดีของฝรั่งคือ พูดได้ตรงจุดปัญหา พยายามแก้ปัญหา โดยไม่หลงประเด็น

เรื่องพวกนี้พูดในบอร์ดการ์ตูนไทยหรืองานสัมมนาการ์ตูนมาไม่รู้กี่รอบ พูดไปพูดมา มีแต่แนวแก้ปัญหากว้างๆ คนตัดสินใจในระดับสำนักพิมพ์ไม่เคยสนใจ อย่างว่า... ซื้อเขาเอา ถูกกว่าสร้างคนเอง sad smile

#35 By glinda a.k.a. ~pride~ on 2009-08-17 19:40

T__Tb! Hot! Hot! จริงหมด และเมื่อไหร่ประเทศเราจะพัฒนา

#36 By gimini on 2009-08-17 20:09

ขอบคุณครับ

#37 By Blue Boat on 2009-08-17 21:06

ขอบคุณครับ

#38 By Blue Boat on 2009-08-17 21:06

ขอบคุณมากค่ะ Hot!
อ่านเองคงงงตั้งแต่บรรทัดแรก sad smile confused smile

#39 By ไอ้แป้น : i-phan on 2009-08-17 22:47

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับHot!

#40 By ungtaman on 2009-08-17 23:01

ลงชื่ออ่าน

#41 By ซูเนะโอะ on 2009-08-17 23:10

ข้อแตกต่างระหว่างการ์ตูนในอเมริกากับการ์ตูนในญี่ปุ่นโดยความเห็นของข้าพเจ้านะคะ

อเมริกาพยายามทำให้การ์ตูนเป็นอาร์ต
แต่ญี่ปุ่นทำให้การ์ตูนกลายเป็นวัฒนธรรมค่ะ

#42 By ohohoh on 2009-08-17 23:49

เป็นนักเขียน ตูน แสนลำบาก

#43 By taksthaitoon on 2009-08-17 23:51

ขอบคุณครับ!!!

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

big smile open-mounthed smile confused smile

#44 By นายแอปเปิ้ล on 2009-08-18 00:19

แง... อ่านแล้วก็ย้อนมองการ์ตูนไทย ปัญหาคล้ายๆกันเลยค่ะ

อยากให้มีการส่งเสริมการ์ตูนไทยกันมากกว่านี้จังงงง

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆนะค้า เราจะสู้ต่อไป! โอ้ววว Hot!

#45 By Kurenai Rara* on 2009-08-18 00:28

Hot! ดีจังที่ได้อ่าน

#46 By XEGXEF on 2009-08-18 00:34

รู้สึกว่าอ่านแล้วได้อะไรมากกว่าจำพวกคนที่ออกมาพูดว่าลายเส้นไม่เป็นแบบนั้นแบบนี้เยอะกว่าจมเลย
ได้รู้อะไรมากมาย ทั้งจุดบอดและสิ่งที่ชี้นำไปสู่การพัฒนา (ถึงจะยาก orz) สู้ต่อไป เหล่านักวาดการ์ตูนทั้งไทยและต่างชาติ (ที่วาดแนวญี่ปุ่น)ทั้งหลาย.... Hot!

#47 By Sinziar Zirconiaz on 2009-08-18 00:59

รอพี่มาอัพอย่างใจจดใจจ่อเลยค่ะ Hot!
เอนทรีนี้โดนใจมากๆ เป็นผีบล็อกมานานขอมาโพสบ้าง
ตอนนี้อุตสาหกรรมการ์ตูนในบ้านเราก็ค่อยๆดีขึ้น
แต่กระดึ๊บช้ามาก
ยังไงก็เป็นกำลังใจให้นักวาดทุกคนสู้ต่อไปน่อ

#48 By kynra on 2009-08-18 01:33

อยากให้วงการการ์ตูนไทยยิ่งใหญ่

#49 By warmmy on 2009-08-18 01:42

Hot! Hot! Hot!
อิอิ จริงconfused smile

#50 By __ลิงย้วย__ on 2009-08-18 03:04